บ่นๆๆๆ : สงกรานต์สมัยนั้นกับสงครามสมัยนี้
posted on 27 Apr 2007 12:01 by desadoria in Funnyเพลงกับบรรยากาศที่คึกคัก(หรือทำให้ร้อนขึ้นก็ไม่รุ)
บ่นๆๆๆ...
....
..
.
หวัดดีทุกท่าน ถึงแม้ว่าสงกรานต์จะผ่านเลยไปแล้วก็ตามแต่ผมก็ยังมีจิตที่กระหายอยู่ กระหายในการที่จะต้องมาอัพบ่อยๆ อัพเยอะ เหนื่อยไม่ว่าแต่ขอให้ได้อัพ ผมก็เลยยกเรื่องที่เซฟดองเอาไว้ในคอมพ์มาลงซะเลย เรื่องนี้มันก็เรื่องไร้สาระอีกอ่ะแหละอ่านเอามันส์ ขอให้สนุกกับเรื่องนี้นะครับเกี่ยวกับสงกรานต์เนี่ยแหละ ย้อนหลังซะเลย
โอวHot!! Hot!! Hot!! โอ้โหตับแทบระเบิด ช่วงนี้ประเทศไทยเข้าเดือนเมษาแล้วน่ะครับ เดือนที่มีแต่คนบอกว่าอากาศดีที่สุดในรอบปี มีหิมะตกทุกวัน จะบ้าเหรอ!!ร้อนจนแทบจะทอดไข่บนหัวได้อยู่แล้ว อากาศร้อนนี่ทำคนอารมณ์เสียง่ายด้วยแหละ รู้ป่าวเข้าใจหน่อยน่ะครับว่าอากาศร้อนทำคนตกมันง่ายด้วยแหละ ถ้าไม่เชื่อ ดูผมเป็นตัวอย่างเห็นมั้ย
โอ๊ยเขียนไปอารมณ์เสียไป แต่พอมานึกดีๆเออ เว้ย เมษามันก็ไม่ได้ร้อนซะทุกวันหรอก อย่างน้อยปฏิทินประเทศไทยก็เข้าใจเราอุตส่าห์บันดาลวันเปลืองมาให้ตั้ง3วัน เพื่อให้เราได้ชุ่มฉ่ำกับความเย็นยะเยือกของสายน้ำผสมกับสาวชุดเปียกแนบเนื้อ ให้ทายครับว่ามันคือวันอะไรใช่ครับ!วันรัฐธรรมนูญ วันที่ให้เราเอากฎหมายมาสาดกันเฮ้ย!!ไม่ใช่!!เสียสมาธิอีกแล้ว วันสงกรานต์ต่างหากล่ะครับ!!วันที่ 13 14 15 เมษายน 3วันนี้ล่ะครับที่รอคอย ทุกปีผมนี้แหละขาประจำเลยคุณรู้มั้ย ออกไปเล่นไม่เคยขาด ก็แหงล่ะครับจะอยู่บ้านไปทำไม นอน อ่านการ์ตูน เล่นเกม เล่นไปปาดเหงื่อไป โอ๊ย!!เสียชาติเกิดครับ ข้างนอกเข้าเล่นจนชุ่มฉ่ำ 1ปีมีหนเดียว ยังไงก็ต้องออกไปเล่นล่ะ จะกลับมาเป็นไข้ก็ไม่สนแล้วล่ะ
เออจะว่าไปว่านี่ก็ใกล้สงกรานต์แล้วไม่รู้ว่าไอ้น้องขิมที่นอนอ่านการ์ตูนอยู่ข้างๆจะเอาประวัติสงกรานต์มาให้อ่านกันหรือเปล่า ถ้าไม่มีไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะใช้ความรู้อันน้อยนิดอธิบายให้ฟังคือจริงแล้วเนี่ย คำว่า วันสงกรานต์ ชื่อเต็มๆของมันก็คือ วันสงกรานต์อ่าวเปอร์เซีย นั้นเอง อ้างง งงกันล่ะซิ เพราะอะไรกันล่ะ
เพราะคนสมัยก่อน พอถึงวันสงกรานต์เค้าก็จะออกมาเล่นน้ำกัน น่ารักๆ งุงิๆ เล่นกันขันเล็กๆ ปืนฉีดน้ำอันกระจิ๋วหริว ดูแล้วสบายตา ผู้หลักผู้ใหญ่เห็นก็ชอบ ไม่รุนแรง ไม่นองเลือด ไม่เปลืองน้ำอีกต่างหาก แถมอยู่ในกรอบประเพณีไทยด้วย นั้นแหละอดีตชาติของวันสงกรานต์แหละครับ
แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป คนไทยเริ่มมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น เข้าใจว่าเออ เว้ย!! น้ำสามารถแปรรูปได้นี่หว่า เราจะดักดานเล่นแบบเดิมๆทำไม คิดดังนี้ยุคหลังๆ ก็เลยมีการแปรรูปในการเล่นสงกรานต์กันมากขึ้น จากที่เคยมาแค่น้ำ ปัจจุบันก็จะมีออปชั้นเสริมเข้ามาด้วยเช่นน้ำแข็ง น้ำผสมวาเป็ก ผสมเม็ดแมงลัก ไอ้อย่างสุดท้ายนี้แหละเจอมากับตัว ถ้าไม่ติดอยู่ในเทศการ ป่านนี้มันตายไปแล้ว!!! ซักออกอย่างยากเลยครับ แปรงแล้วแปรงอีก เหนียวชะมัดโอ๊ยสุดท้ายก็ได้ผ้าขี้ริ้วผืนใหม่มา ขอบคุณมากปีนี้อย่าให้เจออีกน่ะแก พ่อจะโดดสาดมันทั้งโอ่งมังกรเลยคอยดู
น้ำแข็งอีกถ้าเป็นน้ำแข็งเซเว่นตูจะไม่ด่าว่าบุพการีมันเลย จะหยิบมาเคี้ยวเล่นด้วยซ้ำ แต่มันดันใช้น้ำแข็งหลอดครับ!!โหก้อนเท่าควาย ทั้งเจ็บทั้งยะเยือก บางคนต้องการเน้นความเย็น มันเล่นใช้น้ำแข็งจากโรงงานเลย ขนาดความกว้าง 40 ยาว 90 สูง 10 เซนติเมตร เอาใส่ไว้ในถังพลาสติกทั้งก้อน ไม่ต้องตัดแบ่ง ตักสาดโดนทีเด้งเป็นปลาดุก!! นี้ยังดีน่ะที่มันไม่เขวี้ยงน้ำแข็งขั้วโลกของมันมาด้วย เฮ้ยโทษน่ะ สาดกันอย่างนี้ลงต่อยกันดีกว่ามั้ยฮึ
ยังๆ ยังไม่พอ ไอ้น้ำผสมวาเป็กนี่อีก แสบมาก ไม่รู้ใครเป็นต้นคิด วาเป็กเขาใช้ดมแก้หวัด ไอ้บ้านี้ดันมาผสมน้ำแล้วสาด ผสมน้ำนี้ผมว่าแย่แล้วน่ะ โดนสาดทีแสบวาบผมไม่รู้ว่าจะพูดว่าอย่างไงแล้ว แต่บางคนมันเล่นผสมกับน้ำในถังน้ำแข็งขั้วโลกของมันอีก!! - - โห เฮ้ย! จะเอาเย็นไปถึงไหนว่ะ ไม่หาหิมะมาปากันล่ะเว้ย
ก็เนี่ยล่ะครับ!!อย่างที่บอกเลย มันเล่นกันซ่ะขนาดนี้ เล่นไม่เหลือเค้าของสงกรานต์เลย ดูยังไงก็สงครามชัดๆ โธ่คนสมัยก่อนเค้าเล่นออกจะน่ารัก เดินถือขัน ถือดินสอพอง รดน้ำกันประแป้งกันพอหนุกหนาน ไอ้รุ่นเราก็ดันไปทำลายซ่ะหมด พวกผู้ใหญ่เค้าจะด่าว่าเล่นแบบไร้สมองก็ไม่แปลกเล้ยไม่เชื่อ..จะเปรียบเทียบอย่างเป็นทางการให้ดู!!!
สมัยก่อน : อุปกรณ์มีแค่ขันน้ำ กับปืนฉีดน้ำอันเล็กๆ ฉีดพอเปียก
ปัจจุบัน : บาซูก้าท่อแป็ป แรงถีบทำลายเครื่องใน ระเบิดน้ำแข็งเปล่า กระสุนเลือกได้หลายเวอร์ชั่น (เย็น เย็นมาก เย็นยะเยือก) พิเศษเพิ่มออปชั่นแมงลัก วาเป็ก แฟ็บ แชมพู น้ำปลาหรือซีอิ๋วอะไรก็ว่าไป สาดทีไม่แข็งตายก็กลับไปปอดบวมที่บ้าน
สมัยก่อน : เดินเล่นพรมน้ำอย่างสนุกสนานในซอย
ปัจจุบัน : กะบะแมชชีน บรรทุกมนุษย์เดนตายกว่า 20 ชีวิต ที่ต้องการหาความท้าทายและศัตรูทั่วราชอาณาจักร
สมัยก่อน : ผู้หญิงแต่งตัวมิดชิด
ปัจจุบัน : โนบรา!!สายเดี่ยว!!เกาะอก!! กางเกงขาโค-ตระ-ระ สั้น พรีเซนต์ขี้กลากขี้เกลื้อนและรอยสักกันเต็มที่ โถแม่คุณ ถ้าไม่ติดข้อหาอานาจารนี้คงแก้ผ้าเล่นน้ำกันแล้วใช่มั้ย
สมัยก่อน : แทบไม่เคยพบกระเทยออกมาเล่นน้ำ
ปัจจุบัน : ยุคเรอนาซ็องค์ของกระเทยไทย วันสงกรานต์พบเห็นง่ายกว่าผู้หญิงซะอีก ทุกๆข้างทางระยะ5เมตร พวกพี่แกจะเปิดเพลงรีมิกซ์เสี่ยวๆ ดังๆ แล้วก็ออกมาโชว์ลีลาแดนซ์กระจาย การแต่งกายไม่ต้องพูดถึง ยิ่งกว่าผู้หญิงอีก บางคนใส่ชุดว่ายน้ำทูพีช!!ไม่ได้ดูหน้าตาตัวเองเล้ย!! จากนั้นมันจะหาเก้าอี้มาตัวหนึ่ง แล้วก็ขึ้นไปเต้นโชว์บนนั้น!! ให้ฝรั่งเค้ารู้ว่า ผีเปรตไทยน่ะเวลาหิวข้าว มันมีอาการยังไง โอ๊ยสุดทุเรศเลยครับนึกภาพตามแล้วอยากจะอ้วก ใครก็ได้ ช่วยเอาน้ำมนต์ไปสาดพวกมันทีเถอะ!!! จะถือว่าเป็นพระคุณอย่างสูงเลย พวกมันจะได้ไปผุดไปเกิดซักที
สมัยก่อน : เวลาเล่นสงกรานต์มีแต่เสียงสาดน้ำ เสียงหัวเรอะ ได้ยินแล้วมีความสุข
ปัจจุบัน : เสียงเพลงฮาร์ทคอร์!!เสียงบิดมอไซด์!!!โดยเฉพาะไอ้เสียงบิดมอไซด์ ได้ยินทุกปี ไม่รู้จะบิดหา()อะไรของมัน รำคาญเว้ย!! โค-ตระ-ระ เกลียดเลย โดยเฉพาะไอ้พวกที่ทำเป็นขาใหญ่ (แต่สมองไร้รอยหยัก) ที่ชอบไปหยุดรถมอไซด์ของคนอื่น แล้วบังคับให้เค้าบิดเครื่องดังๆน่ะ ถามจริงๆ เหอะ บ้านแกอยู่ใต้ทางด่วนรึไง!! วันไหนแกไม่ได้ฟังเสียงเครื่องยนต์แล้วจะนอนไม่หลับรึเปล่า เฮ้อน่าสงสารเนอะ สงสัยชาติที่แล้วคงจะตักบาตรด้วยหนังสือเรียนน้อยเกินไปชาตินี้ถึงได้พิการทางสมองแบบนี้ ว่างๆ แกน่าจะไปทำบุญด้วยการโดดตึง15ชั้นเล่นมั่งน่ะ เผื่อแผ่นดินจะได้สูงขึ้นมาบ้าง
สมัยก่อน : ใช้แป้งผสมน้ำแต้มเป็นดวงนิดๆ พอน่ารัก
ปัจจุบัน : ก็ยังใช้แป้งผสมน้ำนี้แหละ แต่ใช้ในปริมาณแป้งเท่ากับทำเค๊กแต่งงาน 7ชั้น ผสมกับน้ำครึ่งขัน ความเหนียวเหนอะเป็นรองแค่หมากฝรั่งเท่านั้น จากนั้นก็จะใช้มือจ้วงแป้งขึ้นมาก้อนเบ้อเร่อ แล้วทำการปาด!! โปรดสังเกตคำกริยา ปาด!! ไม่ใช่แต้ม!! ปาดยังไงก็ได้ทำให้แป้งในมือเราเหลือน้อยที่สุด
และส่วนใหญ่ผู้ที่จะโดนปาดจะมี 3 ประเภท
1. สาวสวย : อันนี้เน้นแต๊ะอั๋ง โอกาศเดียวที่ชายไทยทั้งประเทศรอคอย เพราะสามารถจะจับต้องใบหน้าของผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยได้โดยไม่ถูกแฟนของเธอโดดถีบ กรณีนี้สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ เพราะไอ้แฟนของเธอมันก็ถือแป้งไปไล่ปาดหน้าสาวอื่นเหมือนกัน
2. กระเทย หรือผู้หญิงที่หน้าตาอุบาทว์ๆ นิสัยแรดๆ : ที่ปาดใส่พวกนี้ไม่ใช่เพราะอาณมณ์พิศวาสแต่อย่างใด แต่ทำเพราะหมั่นไส้ ประมาณว่าไม่อยากเห็นหน้า ก็เลยเอาแป้งไปปิดผนึกเอาไว้ ซึ่งผลของมันจะทำให้พวกนี้พูดจาแทะโลมหนุ่มๆลำบากขึ้น บางตัวก็สำลักแป้งจนเสียชีวิตถือเป็นการสกัดดาวรุ้งที่ได้ผลดีในระดับนึง
3. พวกขี่มอเตอร์ไซด์ซ้อนสาม : บอกตรงๆ ว่าเห็นแล้วมันอดไม่ได้จริงๆ ยิ่งขับมาเร็วๆ ด้วยน่ะ ไม่ต้องทำอะไรมาก ควักแป้งแล้วไปยื่นมือดักรอเอาไว้เลย แป้งของเราจะปาดตั้งแต่คนขับ!! คนซ้อนคนแรก!! และคนซ้อนคนที่สอง!! ครั้งเดียวปาดได้ถึงสามรู้สึกเหมือนทำแฮททริกได้ยังไงไม่รู้ สะใจ ส่วนไอ้ 3 คนที่โดนปาดจะไปคว่ำโค้งหน้าก็ชั่งเค้า เราก็รอเหยื่อของเราต่อ
เห็นมั้ยครับ.ผมเองก็เขียนไปสะเทือนใจไป เฮ้อสังคมเราเปลี่ยนไปมากขนาดนี้แล้วหรือ แล้วจากนี้ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าคงขับรถดับเพลิงมาเล่นสงกรานต์กันแล้วล่ะมั่ง หมดเลยต่างชาติเค้าจะมองบ้านเรากันยังไง ความประทับใจคงไม่มีเหลือแล้วล่ะครับ ไม่ใช่ว่าผมต้องการให้กลับไปนุ่งโจงกระเบนเล่นน้ำกันเหมือนเดิมน่ะ เข้าใจว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว มันก็ต้องประยุกต์กันบ้าง แต่ผมอยากให้มันมีขอบเขตนิดนึง อะไรที่ทำแล้วคนอื่นเดือดร้อน แต่เราสะใจ อย่าทำเลยครับ สาดน้ำกันก็อย่าสาดแต่น้ำประปากันอย่างเดียว สาดน้ำอย่างอื่นแถมไปด้วยก็ดีน่ะครับ สงสัยล่ะสิ น้ำอะไร
น้ำใจ ไงครับ ใครโดนสาดก็มีแต่รอยยิ้มทั้งนั้นแหละ ฝากไว้ด้วยนะครับ







เป็นงั้นไป
แต่ก็จิงงิ...อิอิ
อยากจะบอกเลยนะว่าตอนเนีย"โคตรร้อนเลยง่ะทำไงดี"
#1 By นางฟ้าน่ารัก on 2007-04-27 13:33